HR's New Role: How Human Resources Needs To Evolve To Support The Future Of Work



บทบาทใหม่ของ HR : ปฏิวัติ HR อย่างไรเพื่อรองรับงานในอนาคต


ในปีที่ผ่านมา จะเห็นว่า HR นั้นได้เข้าไปรับบทบาททั้งเป็นฮีโร่และวายร้าย เพราะ HR มีความสำคัญอย่างมากในการช่วยให้หลายองค์กรให้เข้าไปสู่สภาวะแห่งโลกเสหมือนจริงอย่างเต็มตัว ทั้งช่วยให้ข้อมูลการจัดหาสวัสดิการต่างๆ ร่างนโยบายในการลาป่วยแบบใหม่ และนโยบายการลางานแบบชั่วคราว รวมทั้งการปลดพนักงานด้วย หลายคนได้ก้าวจากงาน HR ทั่วไปมาสู่บทบาทด้านกลยุทธ์และต้องปรับตัวเองอย่างรวดเร็ว


เมื่อมองไปสู่อนาคตในเรื่องการกลับไปทำงานในออฟฟิศนั้น จำเป็นต้องทบทวนว่าบทบาทของ HR ควรเป็นอย่างไร เพื่อสามารถช่วยองค์กรให้เตรียมพร้อมสำหรับอนาคต แนวคิดของ OST (Organization Support Theory) หรือ ทฤษฎีของการสนับสนุนจากองค์กร ซึ่งเป็นแนวคิดที่เกี่ยวกับมุมมองของพนักงานว่าองค์กรของเขาได้เล็งเห็นคุณค่ากับการทุ่มเทในการทำงาน และองค์กรใส่ใจในความเป็นอยู่และมีสุขภาวะที่ดีของพนักงานอย่างไรนั้น ควรจะเป็นหัวใจหลักที่ควรพิจารณา ซึ่งทฤษฎีนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปลายยุค 80 ในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและพนักงาน ถึงแม้ว่าเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม นี่อาจจะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่จะนำหลักแนวคิดของทฤษฎีนี้มาปัดฝุ่น

อีกครั้ง และหล่อหลอมเข้าไปกับหัวใจหลักที่ HR จะช่วยสนับสนุนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าได้


ธุรกิจแห่งอนาคตต่างก็เข้าใจว่าการที่รายได้จะเพิ่มขึ้นนั้นมาจากการที่พนักงานมีความเป็นอยู่ และมีสุขภาวะที่ดี แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้ทั้งองค์กรสร้างรูปแบบ และมีวิธีดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับการดูแลเอาใจใส่พนักงาน


Lindsay Lagreid ที่ปรึกษาอาวุโสที่สถาบัน Limeade Institute ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกของพัฒนาการในการดูแลใส่ใจความเป็นอยู่และสุขอนามัยที่ดีของพนักงาน และทำให้เกิด Trend ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นกับประสบการณ์ของพนักงาน ตลอดช่วงของการแพร่ระบาดของโรคระบาดและช่วงอื่นๆ

1. เข้าใจ ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับบทบาทของการช่วยให้พนักงานมีส่วนร่วม และการรักษาพนักงาน

(Understand that HR’s role needs to dramatically change to effectively support the future of employee engagement and retention)


HR เปรียบสเมือนผู้ออกแบบประสบการณ์ให้กับพนักงานและต้องเป็นผู้สื่อสารจากพนักงานถึงผู้นำ ซึ่ง HR นั้นมีข้อมูลที่เป็นเชิงลึกและมีอิทธิพลต่อสิ่งต่างๆ ที่มีผลตต่อความรู้สึกของพนักงาน

"ถ้า HR สามารถเปลี่ยนจาก 'องค์กรได้ในสิ่งที่อยากได้จากพนักงาน' มาเป็น 'เราจะแสดงให้พนักงานรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรเป็นห่วงพวกเขา' ได้ พวกเขาก็จะเป็นทีมงานที่สำคัญต่ออนาคตขององคกรณ์ที่ประสบความสำเร็จต่อไป"



2. ลงทุนในการพัฒนาทักษะของ HR ในทุกระดับ และให้มีความเชี่ยวชาญในทุกด้านภายในสายงาน

(Invest in developing elevated HR skills at all levels and across all specialties within the function)


หลายหน้าที่ของ HR ยังให้ความสำคัญกับการทำตามข้อกำหนดต่างๆ งานปฏิบัติการทั่วไป และได้เสริมทักษะที่จะช่วยสนับสนุนความมีประสิทธิภาพในการทำงาน รวมทั้งการเก็บรวบรวมข้อมูลพนักงาน และการลดความเสี่ยง Lagreid อธิบายว่า

“ทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งของ HR วันนี้คือ การให้ความสำคัญกับคน การฟังอย่างตั้งใจ และด้วยความเห็นอกเห็นใจ สร้างขั้นตอนต่างๆ ที่เน้นให้เกิดประสบการณ์ในเชิงบวกกับพนักงาน เสริมสร้างความเชื่อใจและการมีเป้าหมายร่วมกันระหว่างพนักงานและองค์กร”

นั่นหมายถึง การเปลี่ยนผ่านจากการที่มุ่งให้ความสำคัญกับขั้นตอนต่างๆในการดำเนินงานมาสู่การให้ความสำคัญกับการให้บริการ ซึ่งจำเป็นต้องมีทักษะในการให้คำปรึกษา ด้วยการร่วมมือกับผู้นำต่างๆภายในองค์กรและกับพนักงานในการที่จะชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่จำเป็นต่อที่ทำงานและช่วยสร้างนโยบายและโครงสร้างต่างๆที่จะสามารถเพิ่มศักยภาพและช่วยเหลือสนับสนุนพนักงานได้



3. ความแตกต่างระหว่าง การมุ่งเน้นในการสร้างประสบการณ์ การใช้เทคนิคและวิธีการด้วยโปรแกรมต่างๆ

(Focus on experiential efforts vs. solely relying on tactical, programmatic solutions)


ลองนึกถึงความรู้สึกของประสบการณ์ที่ HR อยากให้พนักงานได้รับ จากนั้นใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการ Connect กับพนักงาน เพื่อให้สามารถสร้างประประการณ์ พร้อมทั้งสื่อสารไปพร้อมๆ กับขั้นตอนและการดำเนินงานต่างๆ ซึ่งนั่นหมายถึง การสร้างความสัมพันธ์ผ่านการสื่อสารและการพูดคุยสนทนาระหว่างกัน รวมทั้งการให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ ขับเคลื่อน และเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนนี้ เช่น การฝึกอบรม และการสร้างโปรแกรมต่างๆ สามารถสร้างประสบการณ์ของความเป็นชุมชน และการมีส่วนร่วมที่เป็นได้มากกว่าเนื้อหาที่นำมาแชร์หรือแบ่งปันเท่านั้น


4. ให้คำแนะนำและแนวทางกับผู้บริหารระดับสูงและระดับอาวุโส เพื่อรับรู้ถึงความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ให้กับพนักงาน

(Provide candid guidance to the C-Suite and senior leadership teams so that they are fully informed on the reality of the employee experience)


ทีม HR ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยถ่ายทอดความคิดของพนักงานไปยังผู้บริหารระดับสูง ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่แทบไม่น่าเชื่อก็ตาม โดย HR สามารถเริ่มด้วยการสร้างความสัมพันธ์และชื่อเสี่ยงที่ดีกับผู้บริหารซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารรับรู้ถึงข้อดีและประโยชน์ของการมีเพื่อนคู่คิดที่จะช่วยทางด้าน HR ซึ่งถือเป็นส่วนที่สำคัญกับความสำเร็จขององค์กรในอนาคต และผู้นำควรรับฟัง HR อย่างตั้งใจ

“CFO จะสามารถบอกได้ว่าอีก 18 เดือนข้างหน้าองค์กรจะเป็นอย่างไร แต่ทีมงาน HR จะบอกเราได้ว่าองค์กรจะยังมีอยู่หรือไม่ในอีก 10 ปีข้างหน้า”

5. เชื่อมวัตถุประสงค์ของพนักงาน และวัตถุประสงค์ขององค์กร

(Connect the dots for employees between their individual purposes and that of the organization)


การพัฒนาผู้นำที่สามารถพูดคุยกับพนักงานในเรื่องการร่วมมือในการทำงานนั้น เป็นขั้นแรกที่สำคัญที่มักจะถูกมองข้าม เมื่อพนักงานมีความไม่ชัดเจนในวัตถุประสงค์ของตัวเองที่มีต่ออาชีพการงาน จึงปล่อยให้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ และการมองเห็นคุณค่าจากผู้จัดการ และหากพวกเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่ง หรือได้ปรับเพิ่มเงินเดือนขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนจะสำคัญเสมอ แต่หากพนักงานมีความชัดเจนในวัตถุประสงค์หรือความต้องการของตัวเองนั้น ก็มักที่จะทำงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและมีแรงบันดาลใจ มีส่วนร่วม และพร้อมร่วมมือกับองค์กรอยู่เสมอ

“HR มีโอกาสที่จุดประกายให้พนักงานมองเห็นถึงวัตถุประสงค์ของตัวเอง และช่วยให้พวกเขามองเห็นและเข้าใจความสำคัญในวัตถุประสงค์ขององค์กร และเข้าใจว่าพวกเขานั้นมีบทบาทอย่างไรในการที่จะขับเคลื่อนให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้ วัตถุประสงค์นั้นเป็นความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยพลังที่จะทำให้งานดำเนินไปอย่างมีประสิทธิผล เกิดการมีส่วนร่วม มีความเป็นอยู่และสุขภาวะที่ดี และยังช่วยลดความเหนื่อยล้าและหมดพลังในการทำงานอีกด้วย”

Resource: www. forbes.com

14 views0 comments