Search
  • ADGES

เคล็ดลับการ Coaching เพื่อผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์


คุณอยากรู้องค์ประกอบที่สำคัญของ Coaching relationship หรือไม่?

ผู้บริหาร ผู้นำและคนอื่นๆ อีกหลากหลายที่สนใจการเติบโตและพัฒนาในอาชีพหันไปเป็นโค้ชเชิงธุรกิจมากขึ้นเพื่อแนะนำกระบวนการพัฒนาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล พวกเขาใช้วิธีการโค้ชชิ่งมากกว่าการอบรมในการพัฒนาความเป็นผู้นำรายบุคคล

พนักงานและผู้นำฝ่ายทรัพยากรมนุษย์จำเป็นต้องมีทักษะการโค้ช ไม่เช่นนั้นแล้ว คุณอาจพลาดโอกาสที่น่าตื่นเต้นในการมีอิทธิพลต่อการพัฒนาศักยภาพเพื่อบริหารจัดการองค์กร

การโค้ชชิ่ง (Coaching) แตกต่างกับระบบของการฝึกอบรม เนื่องจากการฝึกอบรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้นำระยะยาวและผู้ที่ทำงานมานาน มักไม่ได้ผล

“ผู้เป็นโค้ชจะทำงานร่วมกับผู้นำเพื่อจัดโปรแกรมการฝึกอบรมในสาขาทักษะที่พวกเขาต้องการ โค้ชจะช่วยให้ผู้นำปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการเติบโตของพวกเขาเอง” โค้ชควรจะรู้ว่าความสามารถอะไรมีผลกระทบต่อธุรกิจหรือแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง เพื่อสนับสนุนให้ผู้นำหรือพนักงานมีการเติบโตและเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้ นอกจากนี้ ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ควรเป็นตัวแทนการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร "เพราะพวกเขามีโอกาสที่สามารถสร้างความเป็นผู้นำ ดังนั้น การเป็นโค้ชจึงดีกว่าเป็นแค่ส่วนหนึ่งของกระบวนการย่อยเหล่านั้น”

คุณต้องได้รับอนุญาตจากผู้รับคำปรึกษาจึงจะทำการโค้ชได้

โค้ชที่มีประสิทธิภาพจะกำหนดขอบเขตของความสัมพันธ์ของพวกเขากับผู้นำแต่ละคน โค้ชจะเป็นที่ปรึกษาและเพื่อนที่เชื่อถือได้หรือไม่? พวกเขาฟังและให้ข้อเสนอแนะหรือไม่? หรือไดช่วยให้หัวหน้างานได้รับ 360 degree feedback หรือไม่? และพัฒนาแผนปฏิบัติการเพื่อเพิ่มความสามารถของเขาในฐานะผู้นำหรือไม่?

ข้อตกลงที่ HR มืออาชีพทำการตกลงกับผู้นำแต่ละคนอาจแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญก็คือการทำหน้าที่โค้ชต้องได้รับการอนุญาตและความยินยอมจากผู้นำเหล่านั้นเสียก่อน

โค้ชไม่ใช่ผู้ควบคุม

ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์ (HR Professionals) จะไม่ควบคุมความสัมพันธ์หรือแสดงการกระทำและการตัดสินใจแทนคนที่พวกเขาโค้ชชิ่ง ทางที่ดีที่สุดคือ HR ที่ทำหน้าที่โค้ชจะเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้นำ ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อองค์กรและความเติบโตส่วนบุคคลของผู้นำแต่ละราย

ความรู้และศักยภาพในฐานะนักสื่อสาร จะนำมาใช้เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชและผู้นำ ส่วนความสามารถในการรับรู้จะส่งผลต่อความตั้งใจของผู้นำในการนำข้อมูลการโค้ชของคุณไปปรับใช้จริง

บอกความจริงเมื่อคุณไม่รู้คำตอบ

ผู้นำอาจขอข้อมูลจากโค้ชบ่อยๆ เมื่อพวกเขาไม่แน่ใจเกี่ยวกับวิธีจัดการสถานการณ์เฉพาะ หรืออาจมองหาข้อมูลก่อนแก้ปัญหาผิดพลาด ซึ่งแต่ละคำถามมักเป็นเรื่องยากและละเอียดอ่อน

หรือในบางครั้ง พวกเขาก็แค่ต้องการการยืนยันเพื่อความมั่นใจในคำตอบที่พวกเขาคิด ซึ่งโค้ชจะช่วยเพิ่มความสามารถและความภาคภูมิใจในตนเองของพวกเขา หากถามว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับแนวคิดนั้นและถ้าเป็นไปได้ให้ยืนยันว่าคำตอบของพวกเขาคือเส้นทางที่ถูกต้อง

โค้ชจะช่วยให้ผู้นำพัฒนาวิธีแก้ปัญหาของพวกเขาเอง

คำพูดที่โค้ชควรพูดกับผู้นำ นั่นคือ " มาสำรวจความเป็นไปได้ว่าคุณต้องการอะไรจริงๆ กันดีกว่า " เนื่องจากการพูดประโยคดังกล่าว ช่วยให้ผลลัพธ์ดูแข็งแกร่งและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเพราะเราส่งเสริมความเป็นเจ้าของทางการแก้ปัญหาให้กับแต่ละบุคคล

โค้ชสามารถให้ตัวเลือก แนะนำแหล่งข้อมูลที่จำเป็น ให้ความเห็น หรือสามารถตอบคำถามได้ แต่ท้ายที่สุดคำตอบสุดท้ายต้องเป็นของตัวผู้นำเอง

ฝึกทักษะการสื่อสารเพื่อการเป็นโค้ช

การฟังคือก้าวแรกของการโค้ชชิ่งที่ดี แต่การฟังไม่ใช่แค่ฟังสิ่งที่พวกเขาพูดออกมาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการสังเกตสีหน้า ภาษากายหรือการเคลื่อนไหว การฟังน้ำเสียงและอารมณ์ที่แสดงออก รวมถึงการถามคำถามปลายเปิดเพื่อดึงสิ่งที่พวกเขาคิด เช่น "บอกฉันว่าคุณกำลังคิดจะทำอะไร?" แทนการใช้คำถามที่ดูเหมือนค้นหาแรงจูงใจเช่น "ทำไมคุณจึงทำอย่างนั้น?" เพราะมันจะทำให้การสนทนาจบลง

โค้ชเป็นผู้ให้ความรู้อยู่เสมอ

ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน HR หรือผู้นำด้านการโค้ช การมอบการเรียนรู้ให้กับผู้นำและผู้บริหารและทำงานร่วมกับพวกเขาในฐานะพาร์ทเนอร์และโค้ชที่ให้การสนับสนุน

เป้าหมายของโค้ช คือ ทำให้พวกเขาพึ่งพาตนเองได้ โค้ชมอบเครื่องมือที่พวกเขาต้องการเพื่อให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและหน้าที่ส่วนบุคคล รวมถึงให้ความช่วยเหลือโดยจัดหากระบวนการที่ผู้นำเหล่านั้นสามารถปฏิบัติตามเพื่อสร้างทักษะของตนเอง

การโค้ชชิ่งเป็นมากกว่าการให้คำปรึกษาหรือการอบรมทั่วไป และนี่คือเคล็ดลับดีๆ ของการโค้ชชิ่งสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์

พัฒนาทักษะบุคลากรและการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร ด้วยหลักสูตรการอบรมจาก ADGES สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ e-mail: marketing@adges.net หรือ 6688-028-1111 หรือเว็บไซต์ https://www.adges.net/

10 views