ด้วยแนวทางจากผู้บริหาร สู่ 6 ขั้นตอนในการสร้างหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อองค์กร


การเรียนรู้และพัฒนาไม่ใช่สิ่งที่ดูหรูหราสำหรับการทำงานอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นความจำเป็น เพราะการฝึกอบรมกลายเป็นสิ่งสำคัญต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน และเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของกระบวนการเรียนรู้

จากรายงานของสมาคมอุตสาหกรรมการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถประจำปี 2018 เผยว่า บริษัทต่างๆ เพิ่มการลงทุนด้านการเรียนรู้ให้กับพนักงานโดยเฉลี่ยเป็นมูลค่า 1,296 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐต่อราย ตามความสนใจของพนักงาน นอกจากนี้การฝึกอบรมยังคงเติบโตและมีส่วนสำคัญต่อการสร้างกลยุทธ์ ดังนั้น ผู้บริหารระดับสูง (C Level) ควรต้องมีแนวทางที่สอดคล้องกัน เพื่อให้มั่นใจเสมอว่าการฝึกอบรมดังกล่าวมีเป้าหมายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของผู้บริหารองค์กรโดยตรง

เพื่อให้การฝึกอบรมสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริหาร สามารถใช้เคล็ดลับ 6 ขั้นตอนต่อไปนี้ได้

1. ทบทวนจุดประสงค์ของบริษัท

เริ่มต้นด้วยการทบทวนเป้าหมายของบริษัทว่าทุกคนรับรู้ตรงกันและทั่วถึงหรือไม่ หากไม่ ให้ดำเนินการจัดประชุมระหว่างผู้จัดการหรือสมาชิกทีมเพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกันและชัดเจน การสละเวลาเพื่อหารือเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ก่อนเริ่มวางแผนจะช่วยให้คุณเข้าใจวิสัยทัศน์ต่างๆ ได้ดีขึ้น

2. ค้นหาช่องว่าง

เมื่อทบทวนเป้าหมายของบริษัทแล้วให้นำมาเปรียบเทียบกับผลการปฏิบัติงานของพนักงานในปัจจุบัน เพื่อค้นหาช่องว่างเหล่านั้น แล้วมองหาโอกาสในการปรับปรุง พัฒนาทักษะ ความรู้ต่างๆ ไปจนถึงการพูดคุยกับผู้บริหารแต่ละฝ่ายเพื่อทำความเข้าใจลำดับความสำคัญของพนักงานแต่ละแผนกและการฝึกอบรมที่จะมีผลกระทบต่อพนักงานมากที่สุด

3. กำหนดเป้าหมายในการพัฒนา

กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้และพัฒนาโดยร่างข้อสรุปว่า การฝึกอบรมจะสามารถเติมเต็มช่องว่างทักษะและจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายของบริษัทได้อย่างไร เช่น หากวัตถุประสงค์ของบริษัทคือการเพิ่มความพึงพาใจของลูกค้า เป้าหมายในการพัฒนาอาจเป็นการเพิ่มทักษะด้านอารมณ์ (Soft skills) โดยอบรมพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารให้ดียิ่งขึ้น

4. กำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพ

การวัดผลมีความสำคัญต่อกระบวนการอบรมหากคุณต้องการการสนับสนุนด้านการเงินจากผู้บริหารระดับสูง เพราะการแสดงค่าชี้วัดอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นตัวช่วยทำให้พวกเขามองเห็นความก้าวหน้าจากการลงทุนด้านการเรียนรู้และพัฒนาได้

ตัวอย่างที่สามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างรวดเร็ว เช่น การชี้วัดแบบ Kirk-Patrick Model

  • Reaction - ผู้เข้าร่วมตอบสนองต่อการฝึกอบรมอย่างไร สามารถรวบรวมข้อมูลได้จากแบบสอบถามหลังการอบรม

  • Learning - ประเด็นในการเรียนรู้คืออะไร พร้อมวัดผลด้วยแบบทดสอบก่อนและหลังฝึกอบรม

  • Behavior - ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้หรือไม่ วัดผลได้โดยแบบสอบถาม 360 องศา

  • Results - การฝึกอบรมนี้ส่งเสริมเป้าหมายขององค์กรหรือไม่

5. ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ก่อนจะเดินหน้าไปไกลกว่านี้ ให้นำเสนอแผนของคุณเพื่อบริหารจัดการ อาจขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้บริหาร แบ่งปันความรู้ ความเข้าใจเพื่อก้าวไปอีกขั้น รวมถึงรวบรวมข้อมูลเพื่อทดสอบว่าคุณกำลังก้าวไปในเส้นทางที่ถูกต้อง การปรับเปลี่ยนแผนการเรียนรู้และพัฒนาสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ และเคล็ดลับที่สามารถช่วยได้ก็คือ การวาดภาพทักษะที่คุณต้องการให้พนักงานแต่ละคนได้เรียนรู้ในแบบปีต่อปี

6. ออกแบบและพัฒนาการฝึกอบรม

หลังจากขั้นตอนที่กล่าวมาทั้งหมด คุณก็พร้อมเข้าสู่การออกแบบและพัฒนาการฝึกอบรมที่เหมาะสมกับพนักงานในองค์กร เพื่อให้มั่นใจที่สุดว่าหลักสูตรการอบรมจะช่วยให้พนักงานมีความสามารถและนำองค์กรมุ่งไปสู่ความสำเร็จได้

Emergenetics คือโซลูชั่นที่สามารถช่วยจัดการอุปสรรคและส่งเสริมการเชื่อมโยงของบุคลากรทั่วทั้งบริษัท เมื่อสามารถเข้าใจความคิดและพฤติกรรมของเพื่อนร่วมงาน ก็จะสามารถสื่อสารและโต้ตอบกับพวกเขาได้อย่างเหมาะสมที่สุด ความเข้าใจนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและการทำงานร่วมกันไม่ว่าบุคลากรจะอยู่ในตำแหน่งไหนหรือมีความเชี่ยวชาญด้านอะไรก็ตาม

สนใจเรียนรู้และนำ Emergenetics® มาใช้งานเพื่อพัฒนาพนักงานและองค์กร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ADGES e-mail: marketing@adges.net หรือ 6688-028-1111 หรือเว็บไซต์ https://www.adges.net/

63 views0 comments

Recent Posts

See All