Search

ทำไมการเรียนทัศนศิลป์จึงเป็นการติดอาวุธชั้นเยี่ยมในอนาคต

เพราะการเรียนทัศนศิลป์ (Visual Arts) คือพื้นฐานอย่างง่ายจากการศึกษาซึ่งสามารถตีความจากภาพที่จะพัฒนาเป็นทักษะเอามาใช้ในที่ทำงานได้อย่างแท้จริง ในบทความนี้เราจะมาศึกษาความสำคัญของทัศนศิลป์ เพื่อเป็นการติดอาวุธสำคัญให้แก่เด็กในอนาคต

ประเทศที่เล็งเห็นความสำคัญและนำไปประยุกต์ใช้ก่อนใครคือประเทศออสเตรเลียที่มีผลการวิจัยจากนานาชาติและของออสเตรเลียเองซึ่งได้สรุปออกมาว่า ทักษะที่เด็กจะได้จากการเรียนทัศนศิลป์ก็คือ ทักษะการแก้ปัญหา การสังเกตตัวเอง รวมไปถึงวิธีคลายความเครียด

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่เน้นย้ำว่าทักษะนี้กำลังจะเป็นทักษะที่มาแรงแซงทักษะอื่นในอนาคตอีกด้วย สืบเนื่องจากทักษะที่นายจ้างต้องการในอนาคตคือ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ ความพร้อมทางอารมณ์ และความยืดหยุ่นของกระบวนการคิด

การเรียนทัศนศิลป์นั้นช่วยให้ผู้เรียนเกิดภาพและรังสรรค์ไอเดียใหม่ๆได้ทุกวัน พร้อมทั้งยังช่วยปรับทัศนคติของผู้เรียนเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมในอนาคตได้อีกด้วย

อาจจะมีหลายคำถามว่า "หากทัศนศิลป์มีความสำคัญมากเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่รับการสนับสนุนให้มีหลักสูตรนี้ในมหาวิทยาลัย" ในความจริงไอเดียที่จะทำให้ผู้เรียนได้เก็บเกี่ยวทักษะนี้เอาไว้ใช้กับศิลปะและชีวิตได้ในอนาคตนั้นสามารถให้เด็กเรียนรู้จากการฝึกงานโดยการมอบหมายตามรายวิชาที่นำเอาความรู้ด้านทัศนศิลป์มาอิงกับกลยุทธ์ดังนั้น การสอนในมหาวิทยาลัยก็เป็นการช่วยเด็กได้อีกทางหนึ่ง

เมื่อรู้ถึงความสำคัญของ Visual Thinking เช่นนี้แล้ว ผู้ที่สนใจพัฒนาทักษะการคิดเชิงจินตภาพเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการสื่อสารในองค์กรและดึงศักยภาพการทำงานของบุคลากรในองค์กรออกมาให้มากที่สุด ทาง ADGES จะมีการจัด Workshop พิเศษสุด Exclusive ร่วมกับทาง Brand Academy สถาบันชั้นนำระดับโลก โดย Willemien Brand ในวันที่ 17 มกราคม 2562 เวลา 09.00-17.00น. ณ โรงแรม Emporium Suites (สุขุมวิท 24)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.adges.net/visualthinking

19 views