• ADGES

อยากให้ลูกได้งานที่ดี? ‘เล่น’ ให้มากขึ้นคือคำตอบ


สถิติของหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่เข้ามาแทนที่แรงงานคนมีอัตราสูงขึ้นทั่วโลก หลายคนจึงกังวลว่าโลกของการทำงานในอนาคตจะไม่เหลือที่ให้กับมนุษย์อีกต่อไป

หลายฝ่ายเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยการฝึกอบรมพนักงาน เสนอรายได้ขั้นพื้นฐานตามมาตรฐานสากล การร่างสัญญารูปแบบใหม่ที่มุ่งเน้นให้บริษัทให้ความสำคัญกับพนักงาน แต่ก็มี CEO กลุ่มหนึ่งมองแนวทางแก้ไขปัญหาโดยเริ่มจากสิ่งเล็กๆที่มีประโยชน์ นั่นก็คือ “การเล่น”

“การให้เด็กได้เล่นมากขึ้น เปรียบเหมือนการที่เราช่วยให้พวกเขาเรียนรู้การทำงานและการเข้าสังคม” จอห์น กู๊ดวิน CEO ของ Lego Foundation และอดีตหัวหน้าฝ่ายการเงินของ Lego Group กล่าว

ซึ่งก็เป็นจริงตามที่กู๊ดวินพูดไว้ เพราะมีการวิจัยรายงานว่าการเล่นเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ด้านอารมณ์ สังคมและช่วยพัฒนาการศึกษาในโรงเรียน อีกทั้งในการเล่นหลายรูปแบบของเด็กๆ ยังเป็นการพัฒนาทักษะซึ่งหุ่นยนต์ไม่สามารถเรียนรู้และเข้ามาแทนที่ได้ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความกระตือรือร้น ความเห็นอกเห็นใจ ความซับซ้อนทางอารมณ์หรือความเอาใจใส่ เป็นต้น

วิทยาศาสตร์กับการเล่น

การเล่นที่ต้องใช้จินตนาการ เช่น การวาดรูปหรือการเต้น ช่วยให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์ ทำให้พวกเขาสามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้เต็มที่และมีประสบการณ์การในการลงมือทำ

การต่อบล็อกไม้หรือกระดาษแข็ง ช่วยพัฒนาทักษะเกี่ยวกับยานยนต์ การแก้ปัญหาอย่างมีระบบและความมีเหตุผล

การเล่นวิ่งไล่จับ ซ่อนแอบ หรือเล่นต่อสู้ นอกจากจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายแล้ว ยังช่วยพัฒนาทักษะด้านความอดทนและกระบวนการคิด

การเล่านิทาน เล่นละครหรือแสดงบทบาทสมมุติ ช่วยพัฒนาทักษะทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นด้านความสัมพันธ์ การร่วมมือกัน ความเห็นอกเห็นใจ ความเอาใจใส่ และการเจรจาต่อรอง

เห็นได้ว่าการเล่นนั้นไม่ได้ไร้สาระหรือเป็นสิ่งไม่มีประโยชน์อย่างที่ใครหลายคนคิด เพราะการเล่นคือสิ่งแรกที่เราสามารถทำได้ เพื่อเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ต่างๆ ในโลกรอบตัวเรา

ดังนั้น ADGES จึงเห็นด้วยกับการปรับแนวคิดที่ให้เด็กสามารถ ‘เล่น’ เพื่อเรียนรู้ทักษะที่สำคัญได้อย่างเต็มที่ ให้พวกเขาสามารถเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ มีทักษะทางอารมณ์ (Soft Skills) และพร้อมสำหรับการทำงานในอนาคต

10 views